จำนวนการดูหน้าเว็บรวม (เริ่มนับ พฤศจิกายน 2553)

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เชิดชูผู้ทำความดี ปีที่ 3 จังหวัดสกลนคร ปี 2554


แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขที่ได้รับรางวัล
- นายกิตตินาถ ติยะไพบูลย์ไชยา
- นางวรรณพร พึ่งวร
- นายชวน โทอิ้ง
- นายณัฐวุฒิ อุตนาม
- นางสาวสุวัฒนา ไชยรบ
- นายสินธุวัช ศิริคุณ
- นายพูนศักดิ์ บุดดีด้วง
- นางสุพรรณี หน่อแก้ว
- นางอุดร สมณะ
- นายพรศักดิ์ ฤาไกรศรี
- พญ.อมรลักษณ์ กระแสลาภ



โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแร่ ร่วมจัดบู๊ทแสดงผลงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ลดโลกร้อน (GREEN)










โรงพยาบาลพังโคน จัดบูทแสดงผลงาน การจัดการขยะลดภาะโลกร้อน (Reduce Reuse Recycle)









วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

รายงานตัว(แสดงตน) เพื่อยืนยันการมีตัวตนและตรวจสอบข้อมูล อสม. ปี 2554



สถานที่รายงานตัว รพ.สต.แร่
วันที่ 22 และวันที่ 25 กรกฎาคม 2554
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถมาตามวันที่กำหนด
ให้สามารถมารายงานตัวเพิ่มเติมในวันอื่นๆ ได้ จนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2554


วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

โปรแกรม JHCIS_OP/PP_Audit 2011 ตรวจสอบปริมาณข้อมูล วิเคราะห์ Utilization Rate

ดาวน์โหลด
โปรแกรม JHCIS Audit 2011
ตรวจสอบปริมาณข้อมูล วิเคราะห์ Utilization Rate


บทความจากเว็บบอร์ด สปสช. (http://op.nhso.go.th/op/)
สืบค้น 29 มิถุนายน 2554

ห่างหายไปนานกับการเขียนเรื่องต่างๆ ในเว็บนี้ ทั้งนี้เนื่องจากภาระกิจที่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการลงไปในพื้นที่ร่วมกับสปสช. เขต ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่เสร็จสิ้น แต่ก็คิดว่าได้ประเด็นพอสมควรที่จะนำมาบอกเล่าเก้าสิบกัน ก่อนอื่นต้องคงต้องบอกถึงสาเหตุในการลงไปตรวจเยี่ยมเพื่อหาข้อมูลในครั้งนี้ เนื่องจากก่อนหน้าที่ผ่านมาหลายปี สปสช. เองก็มุ่งเรื่องการนำข้อมูลผู้ป่วยนอกและสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค หรือที่พวกเราเรียกกันติดปากว่า OP/PP Individual Data มาใช้ประโยชน์ แต่ทั้งนี้สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ "การพัฒนาระบบเพื่อรองรับข้อมูล" ซึ่งอาจรวมไปถึงการพัฒนามาตรฐานต่างๆ เช่น โครงสร้างข้อมูล มาตรฐานรหัสต่างๆ เป็นต้น ควบคู่กันไป จนถึงปัจจุบันนับว่าได้พัฒนามาถึงจุดที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง มีการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ในส่วนของระบบที่พัฒนาขึ้นหลายท่านที่ทำเรื่องนี้มาคงเห็นความเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก รวมไปถึงหน่วยบริการและผู้เกี่ยวข้องก็มีการพัฒนาตนเองในการบันทึก รับส่งข้อมูล เมื่อระบบต่างๆมีความนิ่งมากขึ้น ก็ถึงเวลาที่ต้องหันมาดูตัวข้อมูลว่าสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงมากน้อยแค่ไหน ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

ทีมงานเริ่มต้นจาก "อัตราการใช้บริการ" หรือ Utilization Rate ของหน่วยบริการแต่ละแห่ง เพราะอาจเป็นตัวบ่งบอกได้ถึงความเหมาะสมของการให้บริการในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เราก็พบว่ามีหน่วยบริการบางส่วนที่มีอัตราการใช้บริการสูง เช่น บางแห่งในระดับสถานีอนามัย หรือ รพ.สต. ในปัจจุบัน มีอัตราการใช้บริการสูงถึง 40 ครั้ง/คน/ปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่า สิ่งที่หน่วยบริการบันทึกเข้ามานั้นถูกหรือผิดอย่างไร การลงพื้นที่เพื่อหาคำตอบและเก็บข้อมูล จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทีมงาน เพื่อนำข้อมูลที่ได้เหล่านั้นมาวางแผนการดำเนินงานต่อไป


เมื่อลงไปในพื้นที่เราพบอะไรบ้าง ติดตามต่อไปนะครับ





ในการลงตรวจเยี่ยมหน่วยบริการปีนี้ ทีมงานมุ่งเน้นไปที่ สอ. หรือ รพ.สต. ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลส่วนใหญ่ของ OP/PP Individual Data จะมาจากหน่วยบริการในระดับนี้ ดังนั้นผลจากการบันทึกข้อมูลของหน่วยบริการในระดับนี้จึงมีผลต่อการวิเคราะห์ข้อมูลในภาพรวมเป็นอย่างมาก ประเด็นสำคัญเราพบอัตราการใช้บริการ (Utilization Rate) ค่อนข้างสูงในกลุ่มนี้ อย่างวที่ได้เขียนไว้ใตอนแรก

ในการวิเคราะห์ข้อมูลก่อนลงไปตรวจเยี่ยม เราได้มีการเปรียบเทียบอัตราการใช้บริการของแต่ละแห่งกับค่าเฉลี่ยระดับประเทศ ทำให้เห็นว่าหน่วยบริการแห่งใดมีอัตราการใช้บริการสูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศมากน้อยเพียงใด ซึ่งเราก็สนใจทั้ง 2 กลุ่ม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจำนวนหน่วยบริการมีจำนวนมาก เราจึงต้องมุ่งเน้นไปที่หน่วยบริการที่มีอัตราการใช้บริการสูงมากๆ ก่อน นอกจากนี้เรายังได้มีการแยกระหว่างข้อมูลบริการที่ส่งมาทั้งหมดกับบริการที่เป็นผู้บ่วยนอก (OP) จริงๆ โดยตัดรหัสการวินิจฉัยที่เป็น Z บางตัวที่เป็นงานส่งเสริมป้องกันฯ (PP) ออก เพื่อดูสัดส่วนข้อมูลที่เข้ามาด้วย


สำหรับการลงตรวจเยี่ยมครั้งนี้เราได้เชิญ สปสช. เขตฯ สสจ. และ สสอ. ที่รับผิดชอบพื้นที่ที่เราลงไปตรวจด้วย ปัญหาอย่างหนึ่งที่เราพบก่อนจะไปพูดถึงการบันทึกข้อมูล ก็คือ เรื่องของการนำเอาข้อมูลไปใช้ จากทุกที่ๆ ผมและทีมงานไปมา พบว่า ไม่ว่าจะเป็น หน่วยบริการเอง สสอ. หรือจังหวัด ยังขาดเรื่องการนำข้อมูลไปใช้ ทำให้มองไม่เห็นถึงความผิดปกติของข้อมูล ดังนั้น ไม่แปลกใจที่เมื่อลงไปดูการบันทึกข้อมูลของหน่วยบริการ บาง สสอ. หรือบางจังหวัด จึงบอกว่า "ไม่กล้าใช้ข้อมูล" ดังนั้น การที่ข้อมูลจะดีหรือไม่ดี "การใช้ข้อมูล" จึงเป็นปัจจัยข้อหนึ่งที่ควรจะต้องทำ (ข้ออื่นๆ ลองหาอ่านในบทความเก่าๆ นะครับ)


ตอนหน้าผมจะเขียนถึงวิธีการบันทึกข้อมูลที่ไม่ถูกต้องของหน่วยบริการที่ไปพบว่าครับ







จากการได้ลงไปตรวจเยี่ยมหน่วยบริการระดับ สอ. หรือ รพ.สต. เรายังพบว่าปัญหาอย่างหนึ่งที่เราพบคือเรื่องของความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณและการบันทึกข้อมูล OP/PP Individual Data ทำให้วิธีการบันทึกข้อมูลเกิดความไม่ถูกต้องตามไปด้วย เกือบทุกแห่งที่ไปมาไม่รู้จัก Web OP/PP Individual Data ทำให้ไม่ทราบสถานการณ์ของข้อมูลตนเองที่ส่งไป บางท่านเข้าใจว่างบประมาณ OP/PP ในพื้นที่มาจากการบันทึกข้อมูลดังกล่าว (เงิน OP/PP จ่ายตามประชากรที่ลงทะเบียน) สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การบันทึกข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือไม่ถูกต้อง

อีกเรื่องที่น่ากังวลคือ การบอกต่อหรือการพูดคุยกันเอง ในเรื่องที่อาจไม่ถูกต้อง (ขณะเขียนมีโทรศัพท์เข้ามาว่าถ้าบันทึกแบบนี้จะตัด point ใช่หรือไม่ เพราะวิทยากรที่อบรมบอก) ยกตัวอย่างที่ไปเจอมา มีการแจ้งกันว่าการจะได้ Point จะต้องบันทึกทั้งยาและหัตถการเข้ามา จึงมีการใส่ยามาทุกครั้งที่บันทึก เช่น จ่ายยาPARACETAMOL 2 TAB หรือให้หัตถการรหัส 9999 (NON OP-PROCEDURES) เข้ามาทุกครั้ง สิ่งเหล่านี้หากบันทึกเข้ามาระบบคอมพิวเตอร์ก็จะให้ผ่าน เพราะระบบไม่สามารถตัดสินได้ว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ผมจึงย้อนกลับไปเรื่องการใช้ข้อมูล หากหน่วยบริการเองใช้ข้อมูล หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ใช้ข้อมูล ก็สามารถเห็นความผิดปกติเหล่านี้ได้ตั้งแต่แรก


ปัจจัยเรื่องของโปรแกรมที่ใช้ก็มีผลอย่างยิ่ง เท่าที่ไปดูโปรแกรมที่หน่วยบริการใช้มักจะมีระบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บันทึกทำงานได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม เราพบว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย เช่น การให้รหัสโรค (ICD10) โดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้บันทึกละเลยการให้รหัสโรคที่ถูกต้องไป เพราะโปรแกรมลงรหัสบางตัวให้แล้ว เป็นต้น


การลงพื้นที่ครั้งนี้เราไม่ได้ลงไปเพื่อการจับผิดหรือหาคนผิด เป็นการไปหาข้อมูลและให้คำแนะนำเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น เจ้าหน้ามี่ทุกท่านที่เราไปเจอมา จึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เราอยากทราบอะไรก็บอกมาหมด จึงต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ไปเจอมา ณ ทีนี้


ยังไม่จบนะครับ ตอนหน้าจะยกตัวอย่างการบันทึกข้อมูลที่ไปพบมาอีกครับ











จากหลายปีที่ผ่านมาการจัดสรรงบประมาณ OP/PP Individual Data มุ้งเน้นไปในเรื่องของปริมาณเป็นหลัก ขาดการตรวจสอบเรื่องคุณภาพเกี่ยวกับความถูกต้องอย่างจริงจัง (ซึ่งหมายถึงการบันทึกตามข้อเท้จจริงตามการให้บริการ) ทำให้หน่วยบริการหรือผู้บันทึกข้อมูลพยายามที่จะบันทึกข้อมูลเข้ามาปริมาณมากๆ บวกกับปัจจัยดังนี้

๑) เจ้าหน้าที่ขาดความเข้าใจในระบบการจัดสรรงบ UC โดยเฉพาะงบ OP/PP ที่จัดสรรแบบเหมาจ่ายรายหัว (Capitation) ลงไปในพื้นที่

๒) จำนวนประชาการที่รับผิดชอบมีน้อย หากบันทึกตามจริงก็จะได้งบประมาณจาก OP/PP Individual Data น้อย (ขอย้ำนะครับว่า งบ OP/PP Individual Data เป็นคนละส่วนกับงบ OP/PP ที่จัดสรรตาม
Capitation)
๓) การจัดสรรงบ OP/PP Individual Data เป็น Global Budget คือ มีเงินเ้ท่าเดิมแต่หารด้วยจำนวน Point ที่ได้ ดังนั้น หากมีที่ใกล้เคียงทำข้อมูลไม่ถูกต้องเข้ามา อีกที่ก็ต้องทำตามกันไป ไม่อย่างนั้นก็จะได้เงินน้อย



การบันทึกข้อมูลโดยคำนึงถึงเฉพาะปริมาณบางแห่ง มากจนกระทั่งตัวเองก็ไม่กล้าใช้ข้อมูลในการทำงาน นอกจากนี้เรายังพบว่าบางครั้งโปรแกรมที่หน่วยบริการใช้ก็พยายามที่จะเพิ่ม Function ให้หน่วยบริการสามารถบันทึกข้อมูลเข้ามามากๆ ได้อย่างสะดวก โดยให้ผู้บันทึกพิจารณาความเหมาะสมเอาเอง บางแห่งที่เราไปพบว่ามีการนำข้อมูลที่ให้ อสม. ออกไปเยี่ยมบ้าน แล้วนำคนทั้งบ้านมาบันทึก โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเอง หรือ การนำคนที่มารับบริการ ๑ วัน มาแยกบันทึกเป็น ๓ วัน เป็นต้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ ก็บอกว่ามีการบอกต่อวิธีการกันมา


ส่วนใหญ่ผู้บันทึกข้อมูลมักจะเข้าใจว่า ข้อมูลที่ส่งเข้าไปมีจำนวนมากไม่มีทางตรวจสอบได้ว่าถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร (ถูกต้อง หมายถึง บันทึกตามข้อเท็จจริง) โดยอาจลืมไปว่า เมื่อข้อมูลเข้ามาที่ระบบกลาง ข้อมูลทั้งหมดสามารถนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลต่างๆ ได้ เช่น จำนวนประชากร หน่วยบริการในระดับเดียวกัน ซึ่งการเปรียบเทียบเหล่านี้จะนำไปสู่การเห็นข้อมูลที่ผิดปกติ เช่น รพ.สต. บางแห่งบันทึกข้อมูลเข้ามาเป็นการให้บริการวันเดียวถึง ๗,๐๐๐ รายเป็นต้น


ยังมีประเด็นอื่นๆ อีกในตอนต่อไปครับ







เรียน อ.คิดคม
จากกระทู้ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการ(
1)
ทีมงานเริ่มต้นจาก "อัตราการใช้บริการ" หรือ Utilization Rate ของหน่วยบริการแต่ละแห่ง เพราะอาจเป็นตัวบ่งบอกได้ถึงความเหมาะสมของการให้บริการในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เราก็พบว่ามีหน่วยบริการบางส่วนที่มีอัตราการใช้บริการสูง เช่น บางแห่งในระดับสถานีอนามัย หรือ รพ.สต. ในปัจจุบัน มีอัตราการใช้บริการสูงถึง 40 ครั้ง/คน/ปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่า สิ่งที่หน่วยบริการบันทึกเข้ามานั้นถูกหรือผิดอย่างไร การลงพื้นที่เพื่อหาคำตอบและเก็บข้อมูล จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทีมงาน เพื่อนำข้อมูลที่ได้เหล่านั้นมาวางแผนการดำเนินงานต่อไป

ขอเรียนสอบถามดังนี้

1.
ค่าเฉลี่ยการรับบริการ /คน/ปี ควรจะไม่เกินกี่ครั้ง (รับบริการที่ รพ.สต.)

2.
หน่วยบริการจะทราบหรือไม่ว่า สปสช.เห็นความผิดปกติของข้อมูล

3.
สปสช.มีแนวทางการดำเนินงานอย่างไรกับหน่วยบริการที่มีข้อมูลผิดปกติ


ตอบ....
1. ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ Utilization Rate ค่าเฉลี่ยการรับบริการประมาณ 3 ครั้ง /คน/ปี
2.
สปสช.จะทราบสถานะของข้อมูลที่หน่วยบริการส่งมาทุกแห่ง แต่หน่วยบริการจะทราบหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับการให้ความสนใจของหน่วยบริการเองครับ

3.
ในปี 2554 จะดำเนินการรายงานสถานะของข้อมูลให้ สปสช.เขตรับทราบ และแจ้งให้ สสจ.ทราบต่อไป ทั้งนี้ สปสช.เขต จะมีคณะกรรมการตรวจสอบที่มาจากตัวแทนของ สสจ.ในเขตนั้นๆ คณะกรรมการ ฯ ก็จะลงไปตรวจสอบในหน่วยบริการ หรือ รพ.สต.ที่เป็นปัญหามาก ๆ เพื่อให้มีการปรับปรุงแก้ไขให้ทำให้ถูกต้อง หรือทบทวนกระบวนการจัดสรรเงินให้เหมาะสมต่อไปโดยที่ไม่ขัดกับระเบียบหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้แต่เดิม

...
ทิศทางในปี 2555 หน่วยงานที่ทำข้อมูลผิดปกติ ต้องรับผิดชอบในการดำเนินงานของตนเองครับ ทั้งในเชิงบวก และลบ


วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

แนวการส่อ (คำถาม) และคำตอบการจัดกิจกรรมการออกกำลังกายในชุมชน

แนวการส่อ (คำถาม) และคำตอบการจัดกิจกรรมการออกกำลังกายในชุมชน
เวทีโสเหล่  ณ วัดธาตุ  บ้านแร่ ต.แร่ อ.พังโคน จังหวัดสกลนคร
21 กุมภาพันธ์ 2554 

รศ.(พิเศษ) ทพ.ดร.สุขสมัย สมพงษ์


1.       รู้ได้อย่างไรว่ามีคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ จำนวนมากน้อยเพียงใด มีใครบ้าง

- ทำบัญชีรายชื่อ (ทะเบียนสมาชิก)

2.       ใครเป็นผู้ทำบัญชีรายชื่อ

3.       จะทำอย่างไรให้คนในข้อ 1 ออกกำลังกายต่อเนื่อง

ü      กำหนดวันเวลา สถานที่ ประเภทการออกกำลังกาย และกลุ่มเป้าหมาย

ü      จัดกลุ่มการออกกำลังกายตามประเภทที่ชอบ (กำหนดผู้รับผิดชอบแต่ละกลุ่ม)

ü      แนวทางการจัดกิจกรรม เลือกระหว่าง

·   แต่ละกลุ่มจัดให้มีการออกกำลังกายตามที่ใจชอบ แล้วนัดหมายมาออกกำลังกายร่วมกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

·   จัดชุดออกกำลังกายทั้งหมดรวมกัน ทุกกลุ่ม ทุกคน มาออกกำลังกายรวมกัน

·   ** หากเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วไม่ชอบ ให้มีโอกาสเปลี่ยนทางเลือกใหม่

4.       รู้ได้อย่างไรว่ามีการออกกำลังการ (ประเมินผลอย่างไร)

5.       รู้ได้อย่างไรว่าทำตามข้อ 1-4 แล้ว มีผลสัมฤทธิ์ หัวใจ ปอดทนทาน

ü      มีการประเมินผล โดยชาวบ้าน...  ชั่งน้ำหนัก, วัดรอบเอว, วัดความดันโลหิตสูง

ü      มีการประเมินผล โดยเจ้าหน้าที่...  ประเมินผล วิ่งทดสอบสมรรถภาพ 2.4 กิโลเมตร

6.       ทำอย่างไรจึงจะทำให้คนไม่ออกกำลังกายเข้าร่วมออกกำลังกายกันมากขึ้น

7.       จะมีวิธีการเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ออกกำลังกายอย่างไร

ü      ลำดับที่ 1 คนใกล้ชิด คุ้นเคย (คนในครอบครัว)

ü      ลำดับที่ 2 เพื่อนบ้าน ญาติสนิท และคนที่มีความเสี่ยง

ü      ลำดับที่ 3 คนอื่นๆ ในหมู่บ้าน

ü      ** ใช้ระบบขยายผลแบบลูกโซ่ (แบบธุรกิจขายตรง)

8.       ควรมีระบบในการสร้างขวัญกำลังใจให้คนทำงานขยายผล

ü      ยกย่องเชิดชูเกียรติ, การเลี้ยงสังสรรค์

9.       จะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำกิจกรรมออกกำลังกายไม่น่าเบื่อหน่าย

ü      จัดหาวิธีการออกกำลังกายแบบใหม่

ü      การเพิ่มองค์ความรู้

ü      การประกวด / สังสรรค์

ü      การร่วมกิจกรรมกับหมู่บ้านอื่นๆ การดูงานต่างพื้นที่